SYNEX เผยรับมือ Apple ปรับราคา ไม่กระทบแผนธุรกิจ เร่งกระจายพอร์ต คงเป้ารายได้ปี 2569
SYNEX ติดตามสถานการณ์การปรับราคาสินค้าของ Apple อย่างใกล้ชิด หลังผู้ผลิตทยอยปรับราคา iPad และ MacBook ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย จากภาวะต้นทุนชิปหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการของอุตสาหกรรม AI Data Center
อย่างไรก็ตาม การปรับราคาดังกล่าวจำกัดอยู่ในสินค้าบางกลุ่ม ขณะที่ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง iPhone ยังไม่มีการปรับราคา และมองว่าเป็นการปรับตามภาวะต้นทุนของอุตสาหกรรม ซึ่งเกิดขึ้นได้กับสินค้าเทคโนโลยีหลายประเภท ไม่ใช่ปัจจัยเฉพาะของ Apple เพียงรายเดียว
บริษัทระบุว่าการประเมินสถานการณ์ไม่ได้พิจารณาจากสินค้าเพียงแบรนด์เดียว แต่พิจารณาภาพรวมของพอร์ตธุรกิจทั้งหมด โดย SYNEX มีโครงสร้างพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย บริหารสินค้าร่วมกับเจ้าของแบรนด์ ตั้งแต่การวางแผนสินค้า การบริหารสต็อก และการปรับสัดส่วนพอร์ตสินค้า เพื่อรักษาสมดุลของยอดขายและความสามารถในการทำกำไร
แม้ Apple จะยังเป็นหนึ่งในพอร์ตสินค้าหลักของบริษัท แต่โครงสร้างรายได้มีความแข็งแกร่งขึ้นจากการขยายธุรกิจไปยังกลุ่ม Commercial, Enterprise Solution และ Gaming ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนด้าน AI Infrastructure, Data Center และ Digital Transformation ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้รองรับความผันผวนของตลาดได้ดี
สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ที่บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้เติบโต 1.4% และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับเพิ่มเป็น 3.87% จาก 3.81% เข้าใกล้เป้าหมายที่บริษัทวางไว้
การเติบโตดังกล่าวยังสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตธุรกิจและการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง แม้อุตสาหกรรมยังเผชิญข้อจำกัดด้าน Supply Chain และภาวะ Memory Shortage

นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขยาย Technology Portfolio อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ลงนามความร่วมมือกับแบรนด์เทคโนโลยีรายใหม่ ได้แก่ Honeywell ซึ่ง SYNEX เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และ LONGi ผู้นำด้านแผงโซลาร์เซลล์และโซลูชันพลังงานสะอาด รุกตลาด Solar Energy ในไทย เพื่อเติมเต็ม Ecosystem และสร้างโอกาสเติบโตในอนาคต
ขณะเดียวกัน ตลาดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (Storage) ยังคงมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มฮาร์ดดิสก์ ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใช้งานของทั้งภาคองค์กรและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับราคาสินค้าและอัตรากำไรของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่ง
สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่ 53,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนด้าน AI Infrastructure และ Data Center การขยายตัวของ Digital Government การเติบโตของกลุ่ม Commercial PC และ Smart Device รวมถึงการเปิดตัวสินค้าใหม่ของพันธมิตรทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตและเดินหน้าสู่เป้ารายได้ 53,000 ล้านบาทได้ตามแผน
ข้อควรระวังด้านลิขสิทธิ์: บทความนี้เป็นข้อมูลต้นฉบับของ ThaiDivi กรุณาติดต่อเราสำหรับการขออนุญาตเผยแพร่ซ้ำ